เด็กๆ อนุบาลสนุกกับ “สะเต็มศึกษา” ผ่านโครงงานปฐมวัย

จากกระแสความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้เกิดขึ้นอย่างมากมาย รวดเร็วผนวกกับความเปลี่ยนแปลง          ในสังคมและสภาพแวดล้อมทำให้ผู้คนต้องการปรับตัว เพื่อที่จะสามารถดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้อย่าง       มีคุณภาพ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ได้ส่งผลต่อกระบวนการด้านการศึกษา ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยน         ไปตามกระแสสังคม

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในฐานะองค์กรหลักของชาติ ที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำและพัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ทุกระดับ    ให้เหมาะสมเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ หนึ่งในแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับโลกในศตวรรษนี้    ที่ สสวท. ได้ผลักดันอยู่ก็คือ การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษา โดยเน้นการนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตจริง   ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต และการทำงานในอนาคตได้ 

ล่าสุด สสวท. ได้จัดงานประชุมวิชาการ “สะเต็มศึกษา พัฒนาเด็กไทย” และการนำเสนอผลงานวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ปฐมวัย ครั้งที่ 2 ที่เน้นการจัดการเรียนการสอนผ่านกิจกรรมสะเต็มศึกษา จากการแก้ปัญหา การสืบเสาะหาความรู้ ด้วยประสบการณ์ตรงอย่างเหมาะสมกับวัยที่ใช้องค์ความรู้ ทักษะด้านวิทยาศาสตร์ต่อการดำรงชีวิตในยุคของการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี เพื่อให้เติมโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ที่สามารถประกอบอาชีพ ในภาคการผลิตและการบริการที่สำคัญ ซึ่งเป็นกำลัง ที่ดีต่ออนาคตของประเทศและดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีคุณภาพ  

ดร.พรพรรณ  ไวทยางกูร  ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวว่า แนวคิดในเรื่องสะเต็มศึกษานั้น เป็นกระบวน   การเชิงระบบแบบวิทยาศาสตร์ ที่นำมาเชื่อมโยงในกระบวนการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ผลงานหรือชิ้นงาน            จากการคิดค้น การแก้ปัญหา การคิดวิเคราะห์ ซึ่งสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียน โดยนำสิ่งที่เรียนรู้ในระบบโรงเรียนไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพได้” 

“สำหรับวิธีการจัดกิจกรรมเพื่อถึงดูดใจของเด็กเพื่อให้มีความรู้สึกสนุกในการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้คุณครูและผู้เรียนได้เห็นคุณค่าของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ มีแนวคิดหลัก 5 ข้อ คือ1.) ครูต้องเน้นการบูรณาการ 2.) ครูต้องช่วยให้นักเรียนมีความเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชาที่เรียนกับที่ได้เรียน ไปแล้ว 3.) เน้นการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 4.) ท้าทายความคิดของผู้เรียน และ 5.) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็นและทำความเข้าใจที่สอดคล้องกับเนื้อที่เรียน โดยการบูรณาการกิจกรรมต่างๆ การจัดทำรูปแบบตัวอย่างกิจกรรม เข้ากับชีวิตประจำวันเพื่อสามารถเห็นความสำคัญ และการกระตุ้นให้นักเรียนเข้ามาเรียนในสายวิทยาศาสตร์ ซึ่งแนวทางเหล่านี้จะแก้ปัญหาจำนวนกำลังคนในด้านวิทยาศาสตร์ และทำให้คนทั่วไปมีทักษะใน     ด้านวิทยาศาสตร์ มากขึ้น” ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าว

 ในงานประชุมวิชาการนี้ มีครูปฐมวัย มาจัดกิจกรรมและสาธิตการจัดกิจกรรมบูรณาการระดับปฐมวัย      ตามแนวทางสะเต็มศึกษา กิจกรรม Miniworkshop ตัวอย่างการจัดกิจกรรมสะเต็ม และการนำเสนอผลงานวิชาการด้านการจัดการเรียนรู้บูรณาการวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในระดับปฐมวัย โดยใช้กระบวนการ        จัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบกิจกรรมบูรณาการและแบบโครงงานตามแนวทางสะเต็มศึกษาที่น่าสนใจมาจัดแสดงภายในงาน เช่น กิจกรรมเส้นสายสัมพันธ์  โครงงานกล้วยผง  โครงงานเรื่องขวดเก่า มาเล่าใหม่ และโครงงานปั้นข้าวจี่ ฝีมือหนู เป็นต้น

 สำหรับครูกษมาพร  เข็มสันเทียะ จากโรงเรียนชุมชนบ้านไผ่ยิ่งยงอุทิศ จ. ขอนแก่น มานำเสนอผลงานการจัดการเรียนรู้บูรณาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ในระดับปฐมวัย โครงงานปั้นข้าวจี่ ฝีมือหนู  เล่าถึงผลงานที่นำไปใช้กับนักเรียนอนุบาล ว่าจากที่พาเด็กๆ ได้ลงมือทำกิจกรรมจริง ทำให้เด็กๆ สนุก มีความกระตือรือล้น ให้ความสนใจ กล้าแสดงออกมากขึ้น สามารถตั้งคำถาม และแก้ปัญหาได้ รวมทั้งสามารถเรียนรู้ทักษะวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี

ด้าน นางมณี  กันธิยะ ครูชำนาญการพิเศษ ครูสอนชั้นอนุบาล 1, 2 โรงเรียนบ้านปางอ่ายห้วยชมภู      จ.เชียงราย กล่าวว่า การจัดทำกิจกรรมหรือโครงงานสะเต็มสำหรับเด็กปฐมวัยและประถมศึกษา ที่สามารถนำหลัก วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ มาบูรณาการและเชื่อมโยงการสอนในกิจกรรมหลัก      ซึ่งเป็นหลักสูตรมาตรฐานของเด็กปฐมวัยได้ คือ กิจกรรมเคลื่อนไหว กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสริมประสบการณ์  กิจกรรมกลางแจ้ง กิจกรรมเสรี และกิจกรรมเกมส์การศึกษา ได้ทุกกิจกรรม

ส่วน นางไพทูรย์  วรรณทอง ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านนาคู จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การที่ได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการ ในครั้งนี้ ทำให้เข้าใจ รวมถึงได้ความรู้เกี่ยวกับสะเต็มศึกษามากขึ้น โดยเฉพาะการจัดทำโครงงานปฐมวัย ที่สามารถจัดทำได้อย่างง่ายๆ โดยใช้หลักกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มาเชื่อมโยงกับการเรียน   การสอนปรกติในชั้นเรียน จากปัญหาของเด็กๆ เอง ก็สามารถนำมาจัดทำเป็นรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้  

ทั้งนี้ งานประชุมวิชาการ “สะเต็มศึกษา พัฒนาเด็กไทย” และการนำเสนอผลงานวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ปฐมวัย ครั้งที่ 2 เป็นการเปิดโอกาสให้ครู นักวิชาการ และบุคลากรทางการศึกษาระดับปฐมวัยและประถมศึกษาได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมถึงได้เพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ        การจัดกระบวนการการเรียนรู้ ตามแนวทางสะเต็มศึกษาอีกด้วย