“สร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงานสู่เยาวชน ผ่านชั้นเรียนวิทย์ ตามแนว STEM”

สสวท. จับมือกระทรวงพลังงาน  ส่งเสริมพลังงานกับการเรียนรู้ สู้ภัยวิกฤติ สู่สถานศึกษา 

ความตระหนักรู้ด้านพลังงาน (Energy Literacy) หมายถึง ความเข้าใจในธรรมชาติและบทบาทของพลังงานในจักรวาลและชีวิตของเรา นำไปสู่การใช้ความรู้ความเข้าใจ เพื่อตอบคำถามและแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน เป็นประเด็นที่ได้หน่วยงานด้านพลังงานทั้งประเทศไทย ระดับอาเซียน แม้กระทั่งระดับโลก ได้กล่าวถึงและให้ความสำคัญ

พลังงานนั้นอยู่ใกล้ตัวเรา และมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิต นอกจากนั้นยังเป็นตัวชี้วัดความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี  แต่พื้นฐานด้านความเข้าใจด้านพลังงานของสังคมไทยเรายังอยู่ในรูปแบบขาด ๆ เกิน ๆ  ดังนั้น สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)   และกระทรวงพลังงาน  โดย กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน  กรมเชื้อเพลิงพลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ร่วมพัฒนาหลักสูตร หนังสือเรียน และคู่มือครูเกี่ยวกับพลังงานที่เน้นการนำความรู้สู่ชีวิตจริง

ล่าสุด ได้มีการจัดเสวนา เรื่อง “การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อการรู้และเตรียมพร้อมกำลังคนเพื่อการพัฒนาด้านพลังงานของประเทศ” ในการประชุมปฏิบัติการ การใช้หนังสือเรียน คู่มือครู และการจัดการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่เน้นการเรียนการสอนตามแนวทางสะเต็ม  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14  พฤศจิกายน 2556  ณ  โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ   

จากการเสวนาข้างต้น ได้มีการกล่าวถึงความร่วมมือในการพัฒนาเยาวชนด้านพลังงาน และ การเสริมสร้างความรู้ของคนในสังคมเพื่อให้เกิด “ความมั่นคงทางพลังงาน”   เนื่องจากประเทศไทยได้นำเข้าพลังงานจากต่างประเทศจำนวนมาก  นับวันราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ   การใช้พลังงานสิ้นเปลืองของไทยสูงมาก   สถานการณ์พลังงานของประเทศและของอาเซียนในอนาคต ถ้าหากไม่ได้ชี้ให้เยาวชนได้เห็นภาพเหล่านี้ การพัฒนาด้านพลังงานในอนาคตอาจเป็นไปได้ยาก  

นายชุมพล ฐิตยารักษ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน และกรรมการบริหาร สสวท.  กล่าวว่า กระทรวงพลังงานให้ความร่วมมือกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมาแล้วระยะหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาด้านพลังงาน  มีการลงนามความร่วมมือ 2 ฉบับ ในปี 2548 และ2553   “ผมมองว่าการพัฒนาการศึกษาเป็นหัวใจสำคัญ  กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษาด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ นอกจากนั้น  ในเรื่องพลังงานกับอาเซียน ครูต้องวิ่งให้ทัน องค์ความรู้ต่าง ๆ ก็ต้องเชื่อมโยงกับอาเซียนด้วย  ทำอย่างไร เราถึงจะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาด้านพลังงานในอาเซียน สิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้น คือ เสียงสะท้อนจากอาจารย์ที่อยู่โรงเรียนในภูมิภาค แนะนำเนื้อหาที่ต้องการถ่ายทอดและเรียนรู้เพิ่มเติม เสียงสะท้อนเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษาด้านพลังงาน  และกระทรวงพลังงานก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนในเรื่องนี้”

นอกจากความร่วมมือดังกล่าวข้างต้นแล้ว กระทรวงพลังงานยังได้ดำเนินโครงการต้นกล้าพลังงานให้แก่นักเรียนมัธยมศึกษา มา 8 ปีแล้ว โดยร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ นับเป็นการเรียนรู้ในระบบ STEM โดยได้นำเอาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ประโยชน์จริง  ให้นักเรียนเขียนโครงการมาส่ง เมื่อผ่านการคัดเลือก ก็จะมีทุนให้ไปผลิต ส่งเข้าประกวด นักเรียนที่ชนะเลิศในแต่ละรุ่น จะได้เข้าไปศึกษาต่อในคณะวิศวกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการได้เลย  นวัตกรรมด้านพลังงานหลายโครงงานนำไปขยายผลในเชิงพาณิชย์ได้  จดสิทธิบัตรได้

นายสุรพงษ์ คลอวุฒิเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมนิวเคลียร์ กฟผ.    กล่าวว่า  กฟฝ. มีหน้าที่จัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการของคนไทยในรูปแบบที่เหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม   ถ้าเราขาดแคลนไฟฟ้าเมื่อไหร่ก็จะเข้าสู่ภาวะวิกฤต  ถ้าคนยังไม่เข้าใจ หรือรู้ไม่จริง ก็อาจจะส่งผลต่อการพัฒนาพลังงาน พลังงานสะอาดต่าง ๆ เช่น แดด ลม ต่างก็มีต้นทุนในการนำมาเป็นไฟฟ้าทั้งนั้น  ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมถึงข้อจำกัดของแหล่งพลังงานแต่ละแหล่งให้ชัดเจนประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการเลือกทิศทางการใช้พลังงานของประเทศ  การศึกษาเป็นจุดแข็งและกว้าง บุคลากรมีความพร้อมในการถ่ายทอด   ผมมองว่า ครูอาจารย์มีเครดิตทางสังคมค่อนข้างสูง  มีผลต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างมาก

“พลังงานทุกอย่างมีข้อจำกัด เช่น แสงแดด มีเฉพาะกลางวัน  แผงโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาฟรีต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งอื่น ๆ ในการผลิตจำนวนมาก ซึ่งก็ยังคงจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่จะนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักยังไม่ได้  ในส่วนของลม ลมบ้านเราเป็นลมกรรโชกแรง มาๆ หาย ๆ   เราต้องสื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจก่อนที่ประชาชนจะตัดสินใจว่าจะเลือกพลังงานรูปแบบใด ไปทางไหน  คนเราต้องมีความเข้าใจทางเลือกต่าง ๆ ในการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่อย่างน้อย ต้องมองให้เห็นข้อดีข้อเสีย ความคุ้มค่าเป็นอย่างไร ทำอย่างไรให้คนรุ่นต่อไป ตระหนักรู้ความสำคัญด้านพลังงานได้ ก็จะเป็นเรื่องดี  ต้องกลับมาหวนคิดถึง Energy Literacy ให้คนไทยมีจิตสำนึกความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานมากขึ้น”

สำหรับสถานการณ์พลังงานในอาเซียนนั้น ประเทศลาวตั้งเป้าจะเป็นแบตเตอรี่ของอาเซียน  เวียดนามวางแผนจะมีโรงไฟฟ้าทั้งหมด 8 แห่ง โดยรัสเซียมาลงทุน และยังมีจีน เกาหลีมาลงทุนด้วย    ในส่วนของมาเลเซียอุปสรรคในการพัฒนาด้านพลังงานไม่ต่างจากไทยเท่าไหร่  พม่ายังมีความเสี่ยงด้านการลงทุน  “ประเทศไทยถ้าใช้พลังงานที่ซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านเยอะ ทำให้มีความเสี่ยงสูงในอนาคต  ทิศทางด้านพลังงานจึงขึ้นอยู่กับความเข้าใจของประชาชน  ถ้าต้นทุนพลังงานเราสูงเมื่อไหร่เราจะลำบาก  ต้นทุนพลังงานถือเป็นส่วนหนึ่งของอนาคต พลังงานสำรองของบ้านเราเหลือเกือบ ๆ ไม่ถึง 10 ปีก็จะเข้าขั้นวิกฤต  เราจึงต้องวางแผน ตัดสินใจกันเนิ่น ๆ เพื่อจะได้สร้างความมั่นคงทางพลังงานได้ทัน”

สำหรับ กฟฝ. เอง ได้มีโครงการขยับความคิด พิชิตพลังงาน ให้นักเรียนประกวดสุนทรพจน์เกี่ยวกับพลังงาน คัดจากแต่ละภาคมาตัดสินกันที่ส่วนกลาง นักเรียนที่ได้รางวัลจะพาไปดูของจริงที่ต่างประเทศ  นอกจากนั้น กฟฝ. ยังได้จัดวิทยากรเสริมพิเศษไปตามสถานศึกษาต่าง ๆ 

นางเบ็ญจวรรณ ศรีเจริญ ผู้อำนวยการสาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษาตอนต้น สสวท.  กล่าวว่า ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เรื่องพลังงานที่นักเรียนต้องรู้เป็นพื้นฐาน มี 2 เรื่อง คือ  เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม และพลังงานทดแทน ได้แก่ ลม น้ำ แสงอาทิตย์ ชีวมวล นิวเคลียร์ สิ่งเหล่านี้นำมาเป็นแหล่งพลังงานได้อย่างไร และมีข้อจำกัดอย่างไร  บ้านเราเป็นประเทศเกษตรกรรม เรามีแหล่งชีวมวลมากมาย นักเรียนจะได้เรียนรู้ว่าประเทศเมืองร้อนอย่างเรา ต่อไปถ้าพลังงานจากปิโตรเลียมหมด เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรบ้าง พืชพลังงานจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น  เพราะบ้านเราปลูกได้ตลอดเวลา ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านพลังงาน  สสวท. เน้นให้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีความชำนาญงานและปฏิบัติงานด้านพลังงานอยู่แล้ว เช่น หน่วยงาน “พลังงานจังหวัด”  เราจะเชิญให้มาร่วมสอน หรือมาสร้างแรงบันดาลใจ โดยเป็นทูตสะเต็มมาพูดให้นักเรียนฟัง จะทำให้นักเรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ได้ง่าย และเข้าใจยิ่งขึ้น  เมื่อเด็กๆ รู้จะได้ถ่ายทอดให้พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย รู้จักการคิดวิเคราะห์ ตัดสินว่าข้อมูลที่ได้ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร  

“สสวท. เป็นกลไกขับเคลื่อนและเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานด้านพลังงานสู่โรงเรียน จากนี้จะสนับสนุนหนังสือ คู่มือครู วัสดุอุปกรณ์สู่โรงเรียนที่เข้าร่วมนำร่องในโครงการ ผ่านเขตพื้นที่การศึกษา โดยทำงานร่วมกับศึกษานิเทศก์ ขั้นต้นจะนำร่อง สู่โรงเรียน 100 แห่งทั่วประเทศ มีการสนับสนุนและติดตามผลเป็นระยะ เพื่อศึกษาดูว่า เมื่อเราใส่ปัจจัยต่าง ๆ เข้าไปในระบบการเรียนการสอนแล้ว ในที่สุดนักเรียนจะมีสมรรถนะการรู้เรื่องพลังงานมากขึ้นหรือไม่เพียงใด เราจะได้รู้ว่ารูปแบบในการให้ความรู้แบบใดที่จะส่งผลให้นักเรียนเรียนรู้ได้มากขึ้นและรู้จริง”

ดร. พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์  ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน  กล่าวถึง พลังงานกับอาเซียนว่า ขณะนี้เกิดความตื่นตัวในทุกเรื่องกับอาเซียน โดยเฉพาะด้านพลังงาน  อาเซียนกำลังพยายามเชื่อมโยงเครือข่ายพลังงานเป็นเครือข่ายท่อแก๊ส เครือข่ายสายไฟฟ้า  “พลังงานกับอาเซียน และตัวเราเกี่ยวข้องกันชัดเจน  ในการประชุมด้านพลังงานระดับอาเซียนก็มีการพูดถึงการส่งเสริมความตระหนักด้านพลังงานในอาเซียน ว่าเราจะเชื่อมโยงคนอย่างไรให้ตระหนักรู้ด้านพลังงานของอาเซียนไปพร้อมกัน สิ่งเหล่านี้เข้าใกล้เราเรื่อย ๆ และส่งผลกระทบกับเราโดยตรง การกำหนดเงื่อนไขของการได้เปรียบด้านพลังงานในอนาคต ก็เกิดจากการปลูกฝังความรู้ของเยาวชนในอนาคตด้วย” ทั้งนี้ พลังงานต้องพูดควบคู่กับสิ่งแวดล้อมด้วย ความมั่นคงทางพลังงานกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม แยกจากกันไม่ได้เด็ดขาด  

ก่อนที่จะใช้พลังงานหมุนเวียน จะต้องเข้าใจคุณลักษณะของพลังงานประเภทต่าง ๆ หลายประเทศกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานโดยแสวงหาแหล่งเชื้อเพลิงหลายๆ ประเภทในทุกทางเลือก  การสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงานต่อเยาวชนและคนในสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อทางรอดด้านพลังงานของบ้านเรา  ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์  http://secondsci.ipst.ac.th/ และเฟซบุ๊ค : เครือข่ายการพัฒนาการศึกษาด้านพลังงานทดแทนระดับโรงเรียน  https://www.facebook.com/energythaischool